คนไทยมักพบเจอปัญหาหน้ามันได้บ่อยๆ ส่วนหนึ่งที่สำคัญอาจเป็นเพราะอากาศในประเทศไทยหรืออาจเป็นเพราะผิวพื้นฐานของแต่ละคน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใด ก็ล้วนทำให้ทุกคนรู้สึกไม่มั่นใจในความมันของผิวหน้าได้ทั้งสิ้น
ปัญหาหน้ามันที่ว่านี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ใครๆก็ไม่ชอบ รำคาญ ไม่สดใส แต่งหน้าทั้งทีก็มีปัญหา เครื่องสำอางไม่ติดแน่นทนนาน เป็นสิว รูขุมขนกว้าง และทำให้คุณหมดความมั่นใจไปได้ง่ายๆ
ซึ่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็คงจะเป็นการใช้กระดาษซับมัน เติมแป้ง หรือล้างหน้า เพื่อขจัดความมันส่วนเกินออกไป แต่วิธีที่ว่านี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หากต้องการให้ปัญหาหายไปอย่างหมดสิ้นต้องตามมาดูวิธีแก้ไขปัญหากับเรา
![วิธีการบอกลา [หน้ามัน]](https://sp-ao.shortpixel.ai/client/to_auto,q_glossy,ret_img,w_684,h_388/https://xn--22c0cohr1b8cc2cr6npa.com/wp-content/uploads/2017/05/053017_1117_1-1.jpg)
ก่อนที่จะรับริ้ธีการในการแก้ปัญหาหน้ามันที่ได้ผล คุณต้องรู้จัก “ต้นเหตุของอาการหน้ามัน” เสียก่อน ดังต่อไปนี้
ผิวมันหรือหน้ามัน เกิดขึ้นมาจากการที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำงานมากจนเกินไป ผลิตไขมันออกมามากเกินไป ไขมันใต้ผิวหนังถูกขับออกมาสู่ภายนอกและแสดงออกมาบนผิวหน้า และจะทำให้เกิดเป็นไขมันอุดตันหรือสิวอุดตันตามมา เมื่อสิวอักเสบก็จะเกิดเป็นรอยแดงและรอยดำตามมา ซึ่งก็จะนำมาสู่ปัญหาสิวหลุมและเกิดแผลเป็นบนใบหน้าต่อไป
วิธีแก้ปัญหา “หน้ามัน“
1. ล้างหน้าด้วยสบู่ล้างหน้าหรือโฟมล้างหน้าชนิดไม่มีฟอง
ตามความรู้สึกของเรา เรามักจะคิดว่าการล้างหน้าหรือล้างผิวกายด้วยสบู่หรือโฟมที่มีฟองมากๆจะทำให้ล้างได้สะอาดมากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องคิดกลับกัน เพราะผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภทที่มีฟองมากๆสามารถสร้างปัญหาการระคายเคืองผิวได้มากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีฟองน้อยหรือแทบไม่มีฟองเลย
ดังนั้น เปลี่ยนความคิดหรือความรู้สึกเสียใหม่ สำหรับใครที่หน้ามันมากๆลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟองน้อยๆแทน อาจจะรู้สึกเหมือนว่าไม่สะอาดเท่า แต่ความเป็นจริงแล้วมันสามารถทำความสะอาดได้ดีไม่แพ้กันเลยเชียวละ
2. ล้างหน้าให้สะอาดแบบล้ำลึก
นอกเหนือจากการเลือกชนิดของผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแล้ว ขั้นตอนหรือวิธีการล้างหน้าก็มีความสำคัญมากเช่นกัน
วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการล้างผิวหน้าด้วยน้ำอุ่นเสียก่อน เพราะความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขนให้กว้าง และคราบสกปรกจะหลุดออกมาได้ง่าย ทำให้สามารถขจัดเอาสิ่งต่างๆที่เราไม่ต้องการออกไปได้อย่างหมดจด
จากนั้น เมื่อล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงตามด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง เพราะความเย็นจะช่วยปิดรูขุมขน ทำให้ผิวหน้ากระชับและลดความมันบนใบหน้าได้
3. ลงครีมบำรุงผิวหน้าให้เหมาะสม
หลายคนอยากสวยแต่ไม่รู้ว่าผิวหน้าของตัวเองเหมาะกับครีมชนิดใด ตัวไหนที่ว่าดี ว่าแพง ก็ละเลงลงใบหน้าไปหมด ซึ่งการทำเช่นนี้อาจทำให้ผิวหน้าได้รับผลเสียมากกว่าผลดี
สำหรับคนหน้ามันแล้ว การเลือกใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-free) หรือเลือกแบบที่มีตัวช่วยในการควบคุมความมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากไม่อยากให้หน้ามันไปมากกว่านี้ต้องเปลี่ยนด่วน
นอกจากนี้ ต้องรู้จักเลือกใช้แต่เฉพาะครีมที่จำเป็นด้วย เพราะการทาครีมบำรุงผิวหลายชนิดซ้ำๆหลายๆชั้น จะทำให้ผิวหน้าของเราไม่ได้รับการบำรุงอย่างดีพอ และอาจเป็นการปล่อยน้ำมันให้มากองไว้ที่ผิวหน้าแทน ดังนั้น หากทาครีมซ้ำซ้อนหลายชั้น จะส่งผลให้เกิดปัญหาหน้ามันมากขึ้นไปกว่าที่เคยเป็นก็ได้
![วิธีการบอกลา [หน้ามัน]](https://sp-ao.shortpixel.ai/client/to_auto,q_glossy,ret_img,w_600,h_486/https://xn--22c0cohr1b8cc2cr6npa.com/wp-content/uploads/2017/05/053017_1117_2-1.jpg)
https://esbellebeauty.com/collections/balms-1/products/4-pack-facial-oil-absorption-control-film-tissue-makeup-blotting-paper-blotter
4. เลือกใช้ไพรม์เมอร์หรือบรัชออนให้ถูกต้อง
อีกหนึ่งตัวช่วยควบคุมความมัน ก็คือ การเลือกใช้ไพรม์เมอร์ ซึ่งควรเลือกเป็นเนื้อแมตต์หรือเนื้อด้านก่อนลงรองพื้น เพราะจะช่วยให้ผิวหน้าดูไม่มันเยิ้มจนเกินไปได้ ส่วนบลัชออนก็ควรเลือกแบบเนื้อด้าน เพราะจะช่วยปกปิดความมัน ทำให้หน้าของคุณไม่ดูมันเยิ้มจนเกินไปได้
5. เลือกใช้แป้งให้ถูกชนิด
สุดท้ายที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่ต้องจำ ก็คือ การเลือกใช้แป้ง เพราะแป้งทุกชนิดไม่ได้ลดความมันบนใบหน้าได้เท่ากันเสมอไป
โดยหลังจากที่ซับความมันออกไปแล้ว ควรเลือกใช้แป้งฝุ่นที่มีแร่ธาตุผสมหรือรองพื้นที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) เพื่อควบคุมความมัน ซึ่งสิ่งนี้จะไม่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนด้วย
นอกจากนี้ ต้องระวังการใช้แต่แป้งผสมรองพื้นหรือแป้งเนื้อหนาๆ เพราะมันอาจไม่ทำให้ใบหน้าของคุณมันลดลง ในทางตรงข้าม มันอาจทำให้ใบหน้าของคุณดูเยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้
คนหน้ามันคงยิ้มได้ หากคุณสามารถควบคุมหรือกำจัดความมันส่วนเกินที่ว่านี้ออกไปได้ และการลดความมันบนใบหน้าก็ช่วยลดปัญหาสิว สิวอักเสบ หรือปัญหาผิวหน้าอื่นๆที่อาจตามมาได้อีกด้วย และต่อไปนี้ก็คงไม่ต้องพกกระดาษซับมัน หรือแป้งฝุ่นเพื่อกำจัดความมันวันละหลายๆรอบอีกต่อไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากใบหน้าของคุณยังคงไม่ดีขึ้นแม้จะใช้ทุกวิธีที่กล่าวไปแล้ว อาจเป็นเพราะปัญหาที่คุณมีรุนแรงมากเกินไป หรือมีความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับต่อมไขมันใต้ผิวหนัง หากเป็นเช่นนี้คุณควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด จะได้มีใบหน้าสวยๆที่ไร้ความมันให้กังวลใจอีกต่อไป