การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

ผิวไหม้แดด ต้องแก้ยังไง

ผิวไหม้แดด ต้องแก้ยังไง

 

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตอากาศร้อนชื้น ดังนั้น คนไทยจึงไม่สามารถที่จะปฏิเสธแดดร้อนๆไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นใครคุณก็สามารถที่จะเกิดอาการผิวที่ไหม้แดดได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะคนที่จำเป็นจะต้องมีการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ หากไม่ได้มีการปกป้องผิวด้วยวิธีที่ถูกต้อง เช่น การใช้ครีมกันแดด หรือการสวมเสื้อแขนยาวปกปิดผิวหนัง เป็นต้น ก็อาจจะทำให้คุณเกิดอาการผิวไหม้แดด เนื่องจากแสงแดดที่แผดเผาได้

รวมไปถึงสำหรับใครบางคนที่รักการท่องเที่ยวทะเล นานๆทีจะได้ไปเล่นน้ำให้คลายร้อน สวมชุดว่ายน้ำอวดผิวอย่างที่ต้องการ จนอาจจะลืมไปว่าการที่คุณอยู่ท่ามกลางทะเล สายลม และแสงแดด อาจจะทำให้เกิดอาการผิวไหม้แดดได้

ผิวไหม้แดด ต้องแก้ยังไง
ผิวไหม้แดด ต้องแก้ยังไง. — ภาพจาก : http://themakeup-girl.com/

อาการผิวไหม้แดด คือ อาการที่ถูกแดดแผดเผาจนทำให้ผิวหนังไหม้กลายเป็นสีแดง ทำให้คุณรู้สึกเจ็บแสบที่ผิวหนัง และรู้สึกร้อนเมื่อสัมผัสโดนที่บริเวณนั้นๆ ผิวไหม้แดดจะปรากฏภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่คุณได้รับแสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากจนเกินไป นอกจากนี้ อาจจะมีอาการของตุ่มน้ำขนาดเล็กเกิดขึ้น ร่วมไปกับอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ และอ่อนเพลีย หากถูดแดดรุนแรงแผดเผา

ส่วนที่น่าเป็นกังวลมากที่สุดก็คงจะเป็นในเรื่องของผิวหนังที่ถูกแผดเผาโดยเฉพาะผิวหนังที่ไม่มีเสื้อผ้ามาปกคลุม ซึ่งถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถรักษาตัวเองได้ โดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออกไป แต่ก็อาจจะมีผลทำให้สีผิวผิดปกติ และจำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันในการรักษา

ทั้งนี้ เรามีวิธีการที่อยากจะแนะนำเพื่อช่วยแก้ไขอาการผิวไหม้ง่ายๆได้ ดังต่อไปนี้

1 การใช้น้ำเย็น

การที่ผิวไหม้อักเสบเป็นเพราะสาเหตุจากความร้อน ดังนั้น เราจึงสามารถใช้น้ำเย็นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะน้ำเย็นจะทำให้อุณหภูมิของผิวหนังลดลง ดังนั้น ถ้ารู้สึกร้อนมากๆก็แค่กระโดดลงน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเล น้ำตก ทะเลสาบ ก็สามารถที่จะช่วยลดอาการไหม้แดดลงได้ในทันทีทันใด

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้น้ำในสระว่ายน้ำเป็นตัวการลดอาการผิวไหม้แดด เพราะสระว่ายน้ำจะมีการเติมคลอรีน และสารตัวนี้อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้มากขึ้น ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งมาถูโดยตรงที่ผิว เพราะอาจจะทำให้ผิวที่ไหม้แดดได้รับความเสียหายมากขึ้นได้

2 การใช้เบกกิ้งโซดาและข้าวโอ๊ต

หลังจากที่คุณผิวไหม้แดดมาแล้ว สามารถที่จะบรรเทาอาการได้ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะละลายลงไปในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำเย็น จากนั้น แช่ลงไปในน้ำประมาณ 20 นาที ก็จะช่วยลดอันตรายจากแสงแดดได้

นอกจากนี้ หากมีการเพิ่มข้าวโอ๊ตลงไปอีก 1 ถ้วย ก็จะช่วยทำให้ผิวลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติได้เช่นกัน

3 ว่านหางจระเข้

คุณอาจจะเคยได้ยินว่า เจลของว่านหางจระเข้สามารถบรรเทาอาการน้ำร้อนลวกหรือแผลไฟไหม้ได้ เช่นเดียวกันกับผิวไหม้แดดก็สามารถใช้ว่านหางจระเข้ในการบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนนี้ได้เช่นเดียวกัน

เนื่องจากว่านหางจระเข้เป็นพืชที่อวบน้ำ สามารถบรรเทาอาการติดเชื้อ และลดอาการปวดแสบปวดร้อน ได้ดี โดยสามารถใช้ใบว่านหางจระเข้สด หรืออาจจะใช้เป็นเจลว่านหางจระเข้แบบสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดก็ได้เช่นเดียวกัน

ผิวไหม้แดด ต้องแก้ยังไง
ผิวไหม้แดด ต้องแก้ยังไง. — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/orange-safety-ring-on-man-shoulder-near-body-of-water-319930/

4 ชาดอกคาโมมายล์

ชาของดอกไม้ชนิดนี้ช่วยบรรเทาอาการผิวไหม้แดดได้เป็นอย่างดี วิธีการใช้ก็คือ ให้คุณชงชาตามปกติแล้วปล่อยให้น้ำชาเย็นลง จากนั้นก็นำมาผ้าขนหนูชุบน้ำชาที่เย็นลงแล้วมาประคบในบริเวณที่มีอาการไหม้แดด ก็จะช่วยทำให้อาการแพ้ที่ผิวหนังลดลงได้

อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังว่าหากคุณเป็นคนแพ้เกสรดอกไม้ ไม่ควรที่จะใช้วิธีนี้โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้อาการกำเริบมากกว่าเดิมได้

5 ดื่มน้ำมากๆ

การดื่มน้ำจะช่วยทำให้คุณสามารถเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดายที่สุด หากต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดเป็นระยะเวลานาน การได้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้เหงื่อที่สูญเสียไปได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสม

6 ทามอยส์เจอไรเซอร์

นอกเหนือจากวิธีการในการรักษาด้วยวิธีการต่างๆแล้ว การบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่คุณควรที่จะทำอยู่ตลอดไม่ว่าจะออกแดดหรือไม่ก็ตาม มอยส์เจอร์ไรเซอร์จะช่วยทำให้ผิวหนังคุณมีความชุ่มชื้นได้มากกว่าเดิม

สำหรับคนที่รักการออกแดดก็ต้องไม่ลืมที่จะปกป้องตัวเอง และหากเมื่อใดก็ตามที่มีอาการผิวไหม้แดด ก็ต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างถูกต้องที่สุด เพื่อที่จะทำให้อาการที่เป็นอยู่ได้รับการบรรเทาได้เร็วที่สุดเช่นกัน

แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆควรที่จะหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10:00 น ถึง 16:00 น เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่มีแดดแรงมากที่สุด และจะทำให้คุณมีโอกาสเกิดผิวไหม้แดดได้ง่ายมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ หรือถ้าจำเป็นต้องออกแดด ก็ต้องไม่ลืมที่จะใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ที่สามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ทั้งแบบ A และ B ได้ รวมไปถึงการทาครีมกันแดดซ้ำหากต้องมีการออกแดดตลอดทั้งวัน หากดูแลตัวเองได้ตามที่กล่าวไปนี้ ปัญหาผิวไหม้แดดก็คงไม่เกิดขึ้นจนเป็นอันตรายต่อคุณ