การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

ป่วยเมื่อไหร่ให้ทำแบบนี้

ป่วยเมื่อไหร่ให้ทำแบบนี้

 

แน่นอนว่าโรคภัยไข้เจ็บสามารถที่จะเกิดขึ้นกับเราได้ในทุกๆเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เราอ่อนแอ และมีการดูแลตัวเองที่ไม่ดีมากเพียงพอ ช่วงเวลานี้ย่อมจะทำให้อาการป่วยเจ็บเล็กๆน้อยๆ เกิดขึ้นกับเราได้ ยิ่งถ้าเรามีอายุที่มากขึ้น ภูมิต้านทานร่างกายต่ำลง ก็ยิ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราป่วยง่าย ป่วยบ่อย หรือป่วยหนักมากขึ้น

อาการไข้หวัดเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ง่ายด้วยสาเหตุต่างๆมากมาย อาจจะเป็นอากาศที่แปรปรวน อาจจะเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ หรืออาจจะเป็นเพราะความเครียดบางอย่าง ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการไข้หวัดได้ทั้งสิ้น

แต่ทุกครั้งที่เรามีอาการป่วยเป็นไข้หวัด นอกเหนือจากการรับประทานยาเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านั้นแล้ว เรายังสามารถใช้ธรรมชาติในการบำบัด เพื่อทำให้อาการไข้หวัดต่างๆหายไปได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

โดยวิธีที่จะแนะนำล้วนเป็นสิ่งที่เราสามารถหาได้ในชีวิตประจำวันและทำได้ง่ายๆแบบที่ไม่ต้องอาศัย ยาหรือแพทย์ อาศัยเพียงแต่ความตั้งใจ และทำมัยให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ก็จะช่วยทำให้ไข้หวัดที่เราเป็นอยู่ทุเลาลงได้

ป่วยเมื่อไหร่ให้ทำแบบนี้
ป่วยเมื่อไหร่ให้ทำแบบนี้. — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/white-ceramic-mug-on-brown-wooden-tray-6962414/

เมื่อเกิดปัญหาต่างๆเหล่านี้แล้ว เราสามารถที่จะมีวิธีการในการดูแลตัวเองง่ายๆ เพื่อลดไข้และทำให้อาการหวัดหายไปได้ ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ค่ะ

1 ดื่มน้ำขิง

ขิงถือเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย และใช้ในการรักษาโรคได้ หนึ่งในสรรพคุณของขิง ก็คือ การบรรเทาอาการหวัด โดยการที่เราดื่มน้ำขิงจะช่วยทำให้อาการหวัดที่มีลดลงได้ ช่วยบรรเทาอาการไอ และเจ็บคอ รวมไปถึงขจัดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ด้วย

2 น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งที่เป็นผลิตผลจากธรรมชาติอีกประเภทหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี การที่เราผสมน้ำผึ้งในเครื่องดื่มร้อนๆ ซึ่งอาจจะเป็นน้ำชาหรือน้ำมะนาว น้ำผึ้งจะเป็นยาระงับอาการไอได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาว่าการที่เด็กรับประทานน้ำผึ้ง 10 กรัมก่อนนอน จะช่วยลดความรุนแรงจากอาการไอได้ และทำให้เด็กคนนั้นนอนหลับสนิทมากขึ้นแล้วด้วย

อ่ย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าไม่ควรให้น้ำผึ้งแก่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี เพราะว่าในน้ำผึ้งมักจะมีสารโบทูลินั่มที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงมากพอ และอาจจะไม่สามารถต่อสู้กับสารนี้ จนอาจทำให้เกิดเป็นอันตรายแทนได้

3 กระเทียม

หากสังเกตอาหารไทยหลากหลายเมนู มักจะพบว่าอาหารไทยมักจะมีส่วนประกอบของกระเทียม นอกเหนือจากเหตุผลในด้านการให้รสสัมผัสและกลิ่นรสที่ดีแล้ว คุณสมบัติของกระเทียมที่ดีอีกประการหนึ่ง ก็คือ ‘การต่อต้านเชื้อโรค’ ซึ่งจะทำให้ลดความรุนแรงของอาการเป็นหวัดได้

ดังนั้น ถึงแม้ว่าเราจะป่วยหรือไม่ป่วย การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของกระเทียมก็ยังเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในทุกๆวัน เพียงแต่ต้องระวังเรื่องกลิ่นปากหลังทานอาหารเท่านั้นเอง

4 วิตามินซี

วิตามินซีเป็นวิตามินที่สำคัญในการต่อต้านโรคหวัด ซึ่งคุณสามารถที่จะได้รับวิตามินซีได้อย่างง่ายดาย โดยส่วนใหญ่มักจะอยู่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นต้น หรืออาจจะรับประทานในรูปแบบของอาหารเสริมก็มีให้เลือกรับประทานมากมาย ทั้งในรูปแบบของเม็ด หรือเครื่องดื่มเสริมวิตามิน

ที่สำคัญวิตามินซียังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะหากร่างกายรับประทานมากเกินไป ก็สามารถที่จะขับวิตามินซีส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้

5 อาบน้ำอุ่น

การได้นอนแช่น้ำอุ่นเป็นวิธีง่ายๆที่จะช่วยทำให้คุณลดอาการหวัดได้ หากมีการเพิ่มเกลือหรือเบกกิ้งโซดาลงไปในน้ำ ก็จะมีส่วนช่วยในการลดอาการปวดเมื่อย หรือหากใครต้องการหายใจให้สะดวกมากขึ้น การเติมน้ำมันหอมระเหยลงไป 2-3 หยด ก็จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

ป่วยเมื่อไหร่ให้ทำแบบนี้
ป่วยเมื่อไหร่ให้ทำแบบนี้. — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/woman-reading-book-while-resting-in-bathtub-6621191/

6 ใช้เครื่องทำความชื้น

ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยในการปรับความชื้นในบ้านของคุณในรูปแบบของเครื่องพ่นไอน้ำ ซึ่งเครื่องตัวนี้สามารถที่จะสร้างความชื้นในบ้านคุณให้เพิ่มมากขึ้นได้ และจะช่วยลดโอกาสในการสัมผัสกับเชื้อไวรัสที่จะก่อให้เกิดเป็นโรคไข้หวัดขึ้นมาได้

ความชื้นที่เพิ่มมากขึ้นจะช่วยลดการอักเสบของจมูก ทำให้คุณสามารถหายใจได้สะดวกมากขึ้น หรือหากคุณป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าหนาว เครื่องนี้ก็จะช่วยเพิ่มความชื้นให้คุณได้อย่างดี และถ้ามีการเติมน้ำมันยูคาลิปตัสลงไปสัก 2-3 หยด ก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นการหายใจให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมที่จะรักษาความสะอาดของเครื่องทำความชื้นอยู่เสมอ และมีการเปลี่ยนน้ำที่ใช้ในการทำความชื้นทุกๆวัน เพื่อลดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ภายในนั้น

7 การใช้วิคส์ วาโปรับ

การทาวิคส์ วาโปรับเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำให้ทางเดินหายใจโล่งมากขึ้น เพียงแค่ทาที่หน้าอก ในช่วงเวลาก่อนเข้านอน ก็จะช่วยลดอาการคัดจมูก ลดอาการไอ และช่วยทำให้การนอนหลับของคุณดีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทาวิคส์ วาโปรับไม่ควรใช้กับเด็กที่อายุน้อยจนเกินไป เพราะอาจจะกลายเป็นปัญหามาแทนที่ได้

นี่เป็นวิธีการง่ายๆที่จะทำให้คุณสามารถที่จะลดปัญหาไข้หวัดได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องรับประทานยาเพื่อไปรบกวนการทำงานของตับ ลองหยิบไปใช้ให้เหมาะสมกับสไตล์ของคุณ ก็จะช่วยทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่ค่อยๆดีขึ้นได้อย่างแน่นอน