การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ

เหงื่อออกบอกโรค

เหงื่อออกบอกโรค

 

เหงื่อที่ไหลออกมาทางผิวหนังไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณรู้สึกร้อนเท่านั้น แต่อาจจะบอกถึงโรคร้ายที่คุณกำลังมีอยู่และหลบซ่อนอยู่ข้างในได้ ทั้งนี้ เหงื่อคือหนึ่งในระบบการระบายความร้อนของร่างกาย และช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายของเรามีอุณหภูมิที่สูงจนเกินไป ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่อากาศร้อน มีการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือแม้กระทั่งการรับประทานอาหารรสจัด ร่างกายของเราก็จะมีการขับเหงื่อออกมา เพื่อที่จะลดความร้อนภายในร่างกาย

เหงื่อออกบอกโรค
เหงื่อออกบอกโรค. — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/ethnic-woman-with-towel-exercising-in-gym-6550869/

โดยส่วนใหญ่แล้วการทำงานของเหงื่อจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะหยุดทันทีเมื่อร่างกายของเราเย็นลง ในขณะที่บางคนจะมีอาการของเหงื่อที่ออกมากผิดปกติ หรือทางการแพทย์จะเรียกว่า “ภาวะเหงื่อออกมาก” ซึ่งจะเป็นการที่ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าที่จำเป็น และมีเหงื่อออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเป็นปัญหาได้

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณควรที่จะรู้ เพื่อหาวิธีในการป้องกันตัวเองเอาไว้หากเกิดปัญหาต่างๆเหล่านี้ขึ้นมา

อาการเหงื่อออกมามากเกินความจำเป็นอาจจะเกิดเหงื่อตามบริเวณต่างๆ เช่น บริเวณเท้า ใต้วงแขน หรือใบหน้า ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งตอนที่คุณอยู่ในห้องที่มีอากาศเย็น ซึ่งการที่มีเหงื่อออกง่ายๆอาจจะส่งผลเสียทางอารมณ์และทางร่างกาย ทั้งนี้ การขับเหงื่อที่มากเกินไปสามารถแบ่งได้ทั้งแบบที่ไม่มีสาเหตุทางการแพทย์อย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นมาจากภาวะของไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การติดเชื้อ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือบางเป็นการเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ อาการเหงื่อออกก็สามารถที่จะเชื่อมโยงถึงความผิดปกติในร่างกายได้หลายๆอย่าง ดังที่เราอยากจะขอยกตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

เหงื่อออกบอกโรค
เหงื่อออกบอกโรค. — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/man-touching-sweaty-forehead-5712770/

1 การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ในช่วงวัยหมดประจำเดือนอาจจะมีภาวะเหงื่อออกมากในเวลากลางคืน ร่วมกับอาการร้อนวูบวาบ ซึ่งถือเป็นอาการธรรมดาของคนในวัยนี้ ที่อาจจะมีเหงื่อออกเฉพาะที่บนใบหน้าศีรษะและหน้าอก หากคุณตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืนอาจจะพบว่าร่างกายเปียกโชกไปทั้งตัวด้วยเหงื่อ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ ก็อาจจะมีผลทำให้เกิดอาการเหงื่อออกได้เช่นเดียวกัน

2 การเป็นโรคเบาหวาน

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจะพบอาการเหงื่อออกมากเกิดขึ้นกับคุณได้เช่นเดียวกัน และอาจจะพบเป็นอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนเมื่อมีน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงของอินซูลินหรือการรับประทานยาเบาหวานอื่นๆ

3 การติดเชื้อ

เมื่อคุณมีอาการติดเชื้อ ร่างกายจะมีการขับเหงื่อเพื่อเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังติดเชื้ออยู่ ซึ่งการติดเชื้อในที่นี้อาจจะเป็นการติดเชื้อเนื่องมาจากโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อในกระดูก การติดเชื้อของกล้ามเนื้อต่างๆ เป็นต้น

4 การใช้ยา

การใช้ยาบางประเภทอาจจะมีผลทำให้เกิดผลข้างเคียงในลักษณะของอาการที่มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นอาการทั่วๆไปที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการรับประทานยาหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น ยาแก้ซึมเศร้า ยาเบาหวาน เป็นต้น

5 ความเครียดหรือวิตกกังวล

ในบางครั้งเวลาที่คุณรู้สึกกำลังเครียด ต่อมเหงื่ออาจขับเหงื่อออกมาก จนเกิดเป็นความอับอายหรือความวิตกกังวล ซึ่งในบางครั้งอาจไม่มีเหตุผลเลยว่าเป็นเพราะเหตุใด หรืออาจเกิดขึ้นเนื่องจากเส้นประสาทที่ทำให้ต่อมเหงื่อทำงาน

เหงื่อออกบอกโรค
เหงื่อออกบอกโรค. — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/close-up-view-of-a-woman-sweating-7675417/

หากการขับเหงื่อออกมายังไม่ได้มีผลร้ายแรงต่อชีวิตของคุณ ก็ยังสามารถที่จะบำบัดอาการเหงื่อออกด้วยการพยายามคลายร้อนด้วยวิธีการต่างๆได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่มันเริ่มส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิต อาจจะต้องมีวิธีการในการที่จะแก้ไขปัญหานี้

การมีเหงื่อออกมากเกินไปแต่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อาจไม่ใช่สาเหตุที่คุณต้องกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการเกิดขึ้นในช่วงที่อากาศอบอุ่น หรือหลังจากที่คุณออกกำลังกายหนัก แต่หากอาการเหงื่อออกง่ายเกินไปหรือมากเกินไปเปลี่ยนไป อาจจะต้องพิจารณาการเข้าพบแพทย์ โดยอาการที่น่ากังวล เช่น

– เหงื่อออกมากแม้ไม่ร้อนและไม่ได้ออกแรง

– ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือผิวลอกเนื่องจากความเปียกชื้น

– เกิดสังคัง ฮ่องกงฟุต หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังอื่น ๆ

– มีอาการอื่น ๆ ที่เปลี่ยนไปและไม่สามารถอธิบายได้

โดยแพทย์จะต้องระบุให้ได้ว่าบริเวณใดในร่างกายที่มีเหงื่อออกมามาก และปริมาณของเหงื่อที่ออกมีความรุนแรงของการขับเหงื่ออยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้หรือไม่ เพื่อพิจารณาวิธีการในการรักษา โดยอาจจะต้องฉีดสารบางอย่างเข้าไป เช่น สารโบทูลินั่มท็อกซิน ซึ่งจะมีหน้าที่ในการปิดกั้นเส้นประสาทที่กระตุ้นต่อมเหงื่อแบบชั่วคราว ก็จะช่วยลดอาการเหงื่อออกได้ รวมไปถึงอาจจะมีการผ่าตัดี่ต่อมเหงื่อ เพื่อไม่ให้เหงื่อออกมากจนเกินไป เป็นต้น ซึ่งวิธีการแก้ไขทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามตามดุลยพินิจของแพทย์

แต่หากยังเป็นอาการที่ไม่รุนแรง การแก้ไขด้วยวิธีการเบื้องต้นเป็นวิธีง่ายๆที่คุณสามารถหยิบมาใช้ได้ เช่น จัดสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เย็นสบายมากที่สุดโดยเฉพาะในเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด แอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เลือกการสวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ระบายอากาศดี หรือผ้าที่ทำจากผ้าธรรมชาติ หรือพกผ้าเช็ดหน้าที่คอยซับเหงื่อให้ผิวแห้งเสมอ เป็นต้น

หวังว่าอาการเหงื่อออกที่คุณเป็นอยู่จะไม่ได้สาเหตุที่รุนแรงจนยากที่จะแก้ไข ทั้งนี้ คุณต้องพยายามหาต้นเหตุให้เจอ แล้วคุณจะรู้เองว่าควรที่จะแก้ไขด้วยวิธีการใด เพื่อไม่ให้อาการเหงื่อออกมากเกินไปมาทำร้ายชีวิตเราได้

Sending
User Review
0 (0 votes)
error

Enjoy this blog? Please spread the word :)