การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

การแพ้ขนแมว เรื่องที่ทาสแมวควรรู้

การแพ้ขนแมว เรื่องที่ทาสแมวควรรู้

งานอดิเรกของใครหลายๆคนคงจะเป็นการอยู่กับสัตว์เลี้ยงที่ตัวเองรัก ได้มีเวลากอดจูบลูบเล่น ได้เห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน แต่สำหรับบางคนแล้วอาจจะเกิดอุปสรรคในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เนื่องมาจากมีอาการแพ้ขน ซึ่งเกิดขึ้นมาจากสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากน้ำลายและผิวหนังของสัตว์เลี้ยง

โดยเฉพาะเจ้าแมวน้อยที่เป็นสัตว์ที่มีเส้นขนค่อนข้างเยอะ และมักจะเป็นหนึ่งในจำพวกสัตว์ที่คนแพ้กันมากที่สุด ถึงอย่างไรก็ตาม ยังก็ยังคงมีทาสแมวหลายๆคนที่ยังคงฝืนตัวเอง และยังคงต้องการเลี้ยงมันแม้จะมีอาการแพ้ก็ตาม

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่คนที่แพ้ขนแมวจำเป็นต้องรู้จริง หากคุณยังอยากมีเวลาที่จะเล่นกับมัน ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เพื่อให้การเลี้ยงแมวไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองมากจนเกินไป

Close-Up Photography of Sleeping Tabby Cat

ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/close-up-photography-of-sleeping-tabby-cat-1056251/

การแพ้ขนแมวเกิดขึ้นมาจากการที่มีสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากน้ำลายและผิวหนังของแมว เมื่อคนสูดดมเข้าไปก็จะทำให้เกิดเป็นอาการแพ้ รวมไปถึงอนุภาคของสารก่อภูมิแพ้สามารถติดไปกับเสื้อผ้า ทำให้บางคนที่ไม่เลี้ยงแมวก็อาจจะมีอาการแพ้ขนแมวได้เช่นเดียวกัน

อาการแพ้ขนแมวมักจะทำให้เกิดเป็นอาการคันและบวมบริเวณเนื้อเยื่อรอบดวงตาและจมูก ในบางรายอาจจะมีผื่นขึ้นที่ใบหน้าคอหรือหน้าอกส่วนบน นอกจากนี้ บางคนจะรู้สึกคันจมูก จาม น้ำมูกไหล ระคายคอ ซึ่งอาการจะกำเริบเมื่อมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จากแมว

หากคุณไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการเลี้ยงแมวได้ การพยายามป้องกันตัวเองและหมั่นทำความสะอาดบริเวณต่างๆในบ้าน เพื่อกำจัดขนแมวและสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ควรที่จะทำให้บ่อยครั้ง เพื่อลดอาการที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณเอง

เชื่อกันว่าการเลี้ยงแมวจะทำให้ผู้เลี้ยงมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะช่วยในการคลายเครียด คลายความวิตกกังวล และช่วยคลายความซึมเศร้าได้ แต่ก็มักพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะมีอาการแพ้แมวมากกว่าแพ้สุนัข ซึ่งอาจจะเป็นเพราะแมวนั้นชอบที่จะเลียขนตัวเอง และขนที่ลอยขึ้นไปในอากาศก็อาจจะลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้ จึงทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายมากกว่า

และยิ่งสารก่อภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยงเกาะไปติดตามเสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ก็ย่อมเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการแพ้นั้นเกิดขึ้นได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

หากใครยังไม่มั่นใจว่าตัวเองแพ้ขนแมวหรือไม่ คุณสามารถที่จะไปตรวจอาการแพ้ได้ที่โรงพยาบาล โดยปัจจุบันมีอยู่ 2 วิธีในการพิสูจน์อาการแพ้ ได้แก่ การทดสอบทางเลือด และการทดสอบทางผิวหนังโดยการสะกิด (Skin prick test) ซึ่งหากเป็นวิธีหลังจะให้ผลที่รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าวิธีแรก และเมื่อทราบแล้วว่าตัวเองเข้าข่ายการแพ้ขนแมวหรือไม่ ก็จะได้รู้จักการป้องกันตัวเองได้ถูกวิธี

สำหรับผู้ที่เป็นโรคหืดมีโอกาสที่อาการแพ้ขนแมวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังยนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแมว เพราะสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในขนแมวอาจหลุดเข้าไปในหลอดลม และสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าไปในร่างกายแล้วจะไปกระตุ้นแอนติบอดี้บางชนิดบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดขาวบางสายพันธุ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการหายใจลำบาก หายใจเสียงดัง และเป็นอาการกำเริบของโรคหืดเฉียบพลัน หรือโรคหอบหืดเรื้อรัง ซึ่งเป็นอันตรายที่มากมายก็เดิมและไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น

Selective Focus Photography of Woman Wearing Purple Sweater Holding Silver Tabby Cat

ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/selective-focus-photography-of-woman-wearing-purple-sweater-holding-silver-tabby-cat-569170/

แม้ว่าหลายคนจะแพ้ขนแมว แต่ก็ยังไม่สามารถเลิกเลี้ยงแมวได้ เพราะหลงรักเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนี้ไปเสียแล้ว ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดที่จะช่วยป้องกันอาการแพ้ที่เราอยากแนะนำ เพื่อให้เกิดทั้งความสุขต่อตัวเองและน้องแมว ก็คือวิธีการ ดังต่อไปนี้

– การพยายามล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสแมว ฟอกสบู่เพื่อความสะอาดและกำจัดสารก่อภูมิแพ้ให้หมดจด

– การดูดฝุ่นภายในบริเวณบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และทำความสะอาดพรม หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในบ้านอยู่เสมอ รวมไปถึงของเล่นและที่นอนของน้องแมว เพื่อลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้และขนแมว

– การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่ใช้เวลาอยู่นานที่สุด รวมไปถึงการใส่ใจในการเปลี่ยนไส้กรองทำความสะอาดตามระยะเวลาที่กำหนด

– หมั่นทำความสะอาดน้องแมวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และแปรงขนให้แมวทุกวัน การดูแลเช่นนี้จะช่วยลดเศษขนและฝุ่นละอองที่สะสมไว้ได้ดีขึ้น และลดอาการแพ้ได้

-สำหรับผู้ที่ป่วยโรคหืดให้ใช้ยาพ่นจมูกหรือยาพ่นทางคอเพื่อช่วยป้องกันอาการกำเริบ ส่วนคนทั่วไปก็ให้หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ถึงจุดๆนี้…ก็คงทำให้คุณได้มีโอกาสอยู่กับสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก โดยที่ไม่เป็นการทำร้ายตัวเองมากเกินไปแล้ว เพราะถึงแม้คุณจะรักเจ้าแมวของคุณมากแค่ไหน ก็ต้องไม่ลืมที่จะรักตัวเองด้วยเช่นกัน ต้องเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของตัวเองอยู่เสมอ จะได้มีสุขภาพที่ดีที่จะได้เล่นและได้เห็นพัฒนาการของเจ้าเหมียวต่อไปอีกนานเท่านาน

งานอดิเรกของใครหลายๆคนคงจะเป็นการอยู่กับสัตว์เลี้ยงที่ตัวเองรัก ได้มีเวลากอดจูบลูบเล่น ได้เห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน แต่สำหรับบางคนแล้วอาจจะเกิดอุปสรรคในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เนื่องมาจากมีอาการแพ้ขน ซึ่งเกิดขึ้นมาจากสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากน้ำลายและผิวหนังของสัตว์เลี้ยง

โดยเฉพาะเจ้าแมวน้อยที่เป็นสัตว์ที่มีเส้นขนค่อนข้างเยอะ และมักจะเป็นหนึ่งในจำพวกสัตว์ที่คนแพ้กันมากที่สุด ถึงอย่างไรก็ตาม ยังก็ยังคงมีทาสแมวหลายๆคนที่ยังคงฝืนตัวเอง และยังคงต้องการเลี้ยงมันแม้จะมีอาการแพ้ก็ตาม

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่คนที่แพ้ขนแมวจำเป็นต้องรู้จริง หากคุณยังอยากมีเวลาที่จะเล่นกับมัน ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เพื่อให้การเลี้ยงแมวไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองมากจนเกินไป

ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/close-up-photography-of-sleeping-tabby-cat-1056251/
— ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/close-up-photography-of-sleeping-tabby-cat-1056251/

การแพ้ขนแมวเกิดขึ้นมาจากการที่มีสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากน้ำลายและผิวหนังของแมว เมื่อคนสูดดมเข้าไปก็จะทำให้เกิดเป็นอาการแพ้ รวมไปถึงอนุภาคของสารก่อภูมิแพ้สามารถติดไปกับเสื้อผ้า ทำให้บางคนที่ไม่เลี้ยงแมวก็อาจจะมีอาการแพ้ขนแมวได้เช่นเดียวกัน

อาการแพ้ขนแมวมักจะทำให้เกิดเป็นอาการคันและบวมบริเวณเนื้อเยื่อรอบดวงตาและจมูก ในบางรายอาจจะมีผื่นขึ้นที่ใบหน้าคอหรือหน้าอกส่วนบน นอกจากนี้ บางคนจะรู้สึกคันจมูก จาม น้ำมูกไหล ระคายคอ ซึ่งอาการจะกำเริบเมื่อมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จากแมว

หากคุณไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการเลี้ยงแมวได้ การพยายามป้องกันตัวเองและหมั่นทำความสะอาดบริเวณต่างๆในบ้าน เพื่อกำจัดขนแมวและสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ควรที่จะทำให้บ่อยครั้ง เพื่อลดอาการที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณเอง

เชื่อกันว่าการเลี้ยงแมวจะทำให้ผู้เลี้ยงมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะช่วยในการคลายเครียด คลายความวิตกกังวล และช่วยคลายความซึมเศร้าได้ แต่ก็มักพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะมีอาการแพ้แมวมากกว่าแพ้สุนัข ซึ่งอาจจะเป็นเพราะแมวนั้นชอบที่จะเลียขนตัวเอง และขนที่ลอยขึ้นไปในอากาศก็อาจจะลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้ จึงทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายมากกว่า

และยิ่งสารก่อภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยงเกาะไปติดตามเสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ก็ย่อมเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการแพ้นั้นเกิดขึ้นได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

หากใครยังไม่มั่นใจว่าตัวเองแพ้ขนแมวหรือไม่ คุณสามารถที่จะไปตรวจอาการแพ้ได้ที่โรงพยาบาล โดยปัจจุบันมีอยู่ 2 วิธีในการพิสูจน์อาการแพ้ ได้แก่ การทดสอบทางเลือด และการทดสอบทางผิวหนังโดยการสะกิด (Skin prick test) ซึ่งหากเป็นวิธีหลังจะให้ผลที่รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าวิธีแรก และเมื่อทราบแล้วว่าตัวเองเข้าข่ายการแพ้ขนแมวหรือไม่ ก็จะได้รู้จักการป้องกันตัวเองได้ถูกวิธี

สำหรับผู้ที่เป็นโรคหืดมีโอกาสที่อาการแพ้ขนแมวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังยนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแมว เพราะสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในขนแมวอาจหลุดเข้าไปในหลอดลม และสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าไปในร่างกายแล้วจะไปกระตุ้นแอนติบอดี้บางชนิดบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดขาวบางสายพันธุ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการหายใจลำบาก หายใจเสียงดัง และเป็นอาการกำเริบของโรคหืดเฉียบพลัน หรือโรคหอบหืดเรื้อรัง ซึ่งเป็นอันตรายที่มากมายก็เดิมและไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น

ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/close-up-photography-of-sleeping-tabby-cat-1056251/
ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/close-up-photography-of-sleeping-tabby-cat-1056251/. — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/selective-focus-photography-of-woman-wearing-purple-sweater-holding-silver-tabby-cat-569170/

แม้ว่าหลายคนจะแพ้ขนแมว แต่ก็ยังไม่สามารถเลิกเลี้ยงแมวได้ เพราะหลงรักเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนี้ไปเสียแล้ว ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดที่จะช่วยป้องกันอาการแพ้ที่เราอยากแนะนำ เพื่อให้เกิดทั้งความสุขต่อตัวเองและน้องแมว ก็คือวิธีการ ดังต่อไปนี้

– การพยายามล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสแมว ฟอกสบู่เพื่อความสะอาดและกำจัดสารก่อภูมิแพ้ให้หมดจด

– การดูดฝุ่นภายในบริเวณบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และทำความสะอาดพรม หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในบ้านอยู่เสมอ รวมไปถึงของเล่นและที่นอนของน้องแมว เพื่อลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้และขนแมว

– การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่ใช้เวลาอยู่นานที่สุด รวมไปถึงการใส่ใจในการเปลี่ยนไส้กรองทำความสะอาดตามระยะเวลาที่กำหนด

– หมั่นทำความสะอาดน้องแมวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และแปรงขนให้แมวทุกวัน การดูแลเช่นนี้จะช่วยลดเศษขนและฝุ่นละอองที่สะสมไว้ได้ดีขึ้น และลดอาการแพ้ได้

-สำหรับผู้ที่ป่วยโรคหืดให้ใช้ยาพ่นจมูกหรือยาพ่นทางคอเพื่อช่วยป้องกันอาการกำเริบ ส่วนคนทั่วไปก็ให้หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ถึงจุดๆนี้…ก็คงทำให้คุณได้มีโอกาสอยู่กับสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก โดยที่ไม่เป็นการทำร้ายตัวเองมากเกินไปแล้ว เพราะถึงแม้คุณจะรักเจ้าแมวของคุณมากแค่ไหน ก็ต้องไม่ลืมที่จะรักตัวเองด้วยเช่นกัน ต้องเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของตัวเองอยู่เสมอ จะได้มีสุขภาพที่ดีที่จะได้เล่นและได้เห็นพัฒนาการของเจ้าเหมียวต่อไปอีกนานเท่านาน

Sending
User Review
0 (0 votes)
error

Enjoy this blog? Please spread the word :)